25.1.10

[COM007] Ubuntu: Default Network Connection Setting

Problem:
เมื่อสองสามวันก่อนนี้ ผมได้ประสบปัญหาเกี่ยวกับการ enable wireless connection เพื่อที่จะใช้ต่อ internet
เพราะตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ Ubuntu Studio - Karmic Koala 9.10 ก็ยังไม่เคยลองใช้ต่อ wireless เลย
โดยปกติแล้วเครื่องจะรับรู้ connection แค่ทาง ethernet0 มาก่อนเท่านั้น และจะเป็น default มาตลอด

ผมจึงไปติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม สำหรับเลือกใช้งาน Network Connection ให้ได้สะดวกขึ้น
เจ้าโปรแกรมนี้มีชื่อว่า "Network Selector" ครับ
มันจะมีไอคอนปรากฎว่าขณะนี้ connection ไหนที่ active อยู่ และสามารถกดเปลี่ยนไป connection อื่นได้โดยทันที

เหมือนจะสะดวกดีครับ
แต่พอบูตเครื่องใหม่ ปัญหาจึงปรากฎขึ้นมาว่า เราต้องคอยเปิดโปรแกรมนี้แล้วเลือก connection ให้มันตลอด
ไม่งั้นมันจะไม่มี default connection ให้
เรียกได้ว่ายุ่งยากกว่าเดิมซะงั้น เพราะแทนที่จะเปิดเครื่องมาแล้วเข้า internet ได้เลย (ผ่านทางสาย LAN)
กลับกลายเป็นต้องมาคอยเปิดโปรแกรมแล้วนั่งเลือกให้มันทุกครั้งไป

Solution:
เราสามารถกำหนด Default Network Connection ได้ครับ ด้วยขั้นตอนง่ายๆดังนี้

1. ไปที่ /etc/network
2. เปิดไฟล์ interfaces (ต้องเป็น root ก่อนนะครับ หรือไม่ก็ sudo gedit interfaces ได้เลย)
3. เพิ่มบรรทัดของ interface ที่เราต้องการเข้าไปตามนี้ครับ

ไฟล์ต้นฉบับจะมีหน้าตาประมาณนี้...

# This file describes the network interfaces available on your system
# and how to activate them. For more information, see interfaces(5).

# The loopback network interface
auto lo
iface lo inet loopback

# The primary network interface

iface eth0 inet dhcp


ถ้าผมต้องการให้ eth0 เป็น default...

# This file describes the network interfaces available on your system
# and how to activate them. For more information, see interfaces(5).

# The loopback network interface
auto lo
iface lo inet loopback

# The primary network interface
auto eth0
iface eth0 inet dhcp


4. save ไฟล์ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

22.1.10

124

ไดอารี่ที่รัก

เพราะจักรวาลนั้นกว้างใหญ่
โลกของเราจึงเล็กนิดเดียว

เพราะโลกนี้ช่างกว้างใหญ่
หุบเขาและทะเลจึงเล็กนิดเดียว

เพราะหุบเขาและทะเลนั้นกว้างใหญ่
ตัวฉันจึงเล็กนิดเดียว

เพราะตัวของฉันนั้นยิ่งใหญ่
สภาพจิต ณ ขณะหนึ่งของฉันนั้นจึงเล็กนิดเดียว

และเพราะสภาพจิตนั้นช่างดูยิ่งใหญ่
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในจิตนั้นย่อมเล็กนิดเดียว

...

ความจริง คือ นิดเดียว
ถ้าไม่นิดเดียว คือ ลวงตา

โปรดเตือนจิตของตนไว้เสียด้วย :)

8.1.10

123

ไดอารีที่รัก

วันพฤหัสที่เจ็ดมกราคมปีห้าสาม

บ่ายวันนี้...
ฉันยืนล้างแก้วอยู่ในครัว
ท้องฟ้าสลัว แต่กลับดูสดใส
หน้าต่างบานใหญ่อนุญาตลมให้เข้ามาพบฉัน
เหล่าไม้เล็กใหญ่เอนตัวโดยพลัน
เสียงรถกระบะหนึ่งคัน แว่วเข้าทันที

...

สายตาจับจ้องถึงการเคลื่อนที่
อุปกรณ์มากมีชวนสงสัย
สิ่งที่ฉันเห็นสร้างรอยยิ้มขึ้นในใจ...

เห้ย!

[ เมล็ดข้าวโพดกระสอบใหญ่,
มาพร้อมเครื่องจักรสีแดงฉาน (เขาคือ 'ผู้โด่งดัง')
แอนด์ อะ แกลลอน ออฟ บัตเตอร์ ]

...

"เหตุใดเจ้าจึงแวะเข้ามาในที่แห่งนี้ล่ะ ?"

...

การเคลื่อนไหวเริ่มเข้าสู่วิถีโค้ง
กลับกลายเหมือนการเวียนวน
ทิ้งให้ฉันฉงน ก่อนจะลาจากฉันไป

...

"แหะๆ...ขอโทษที ฉันคงจำวันผิด!"
"เห้ย จิงดิ! งั้นพรุ่งนี้มาด้วยนะ".

7.1.10

122

ไดอารีที่รัก

การเป็นคนดีนั้นต้องใช้ความอดทนและไม่ย่อท้อ
เพราะผู้คนนั้นเห็นผลของมันได้ยาก
และไม่ล่อตาล่อใจคนเท่าสิ่งที่ยืนอยู่ตรงกันข้าม

น่าเสียดายยิ่งนัก
หากคนดีหลายๆคน
กลับประชดตนด้วยการทำสิ่งที่ไม่ดี

ความคิดทำนองนี้ อาจถูกหยิบขึ้นมาใช้เหมือนเป็นเรื่องปกติทั่วไป
ทว่าผลกระทบมันนั้น
น่ากลัวกว่าที่ใครหลายคนจะคาดถึงได้

ในช่วงเวลาหนึ่งๆ
ผมหรือคุณหรือใคร
ก็อาจจะเคยหยิบมันขึ้นมา

มอง
หมุน
คิด

มาถึงทางแยกแล้ว
จะใช้มัน?
หรือจะวางลง?

...

วางลง
เงียบลง
หลับลง

ผมรู้สึกโชคดีที่วางมันลงได้
จงมั่นคง
และเชื่อ...ในวิถีที่เราได้เลือกนี้.

(โอ๊ะ...ตอนแรกของปีนี้สินะ
สวัสดีปีใหม่ผู้อ่านทุกท่านนะครับ :D )

19.11.09

121

Dear diary,

Who said 'Actions speak louder than words' ???

No...not louder.


It just win in the long run.


Well, If you don't know when it comes,
just keep doing both things collectively
no matter you are expert in one of them or not.

Because this is a life, not a fairy tales.

...

...and I think to myself,


"Yay! It will definitely come! :D"

29.10.09

120

ไดอารีที่รัก...

โปรดเถอะนะ...
ได้โปรดจงนำความสุขทั้งหมดที่ฉันควรจะมีในวันนี้
ไปให้กับอีกหลายชีวิต...
ที่วินาทีนี้ของพวกเขาไม่สามารถตอบคำถามวินาทีถัดไปได้เลย

ผู้คนเหล่านั้นยังคงต่อสู้เพื่อพวกคุณ
ในทุกๆคืนและทุกๆวันที่คุณรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตประจำวัน
คือทุกๆคืนและทุกๆวันที่เขาเหล่านั้นไม่ทราบว่า
"วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต"
และพวกเขาก็ยังไม่มีเวลามากพอ
ที่จะมาตอบคำถามเหล่านั้น
เพราะสิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้น
ยิ่งใหญ่ มากกว่า สิ่งใดทั้งปวง

แด่เสียงปืนที่ดังในทุกค่ำคืนและรุ่งเช้า
เลือดเนื้อที่สลายหายไปเพื่อแลกกับแผ่นดิน
และจิตใจอันแกร่งกล้าของมนุษย์

...

ผมขอให้เขาหลับฝันดี :)

24.10.09

[EAT005] อาหารเจ ไม่จำเจ - รีวิว@บ้านสวนไผ่สุขภาพ

เข้าสู่ช่วงเทศกาลกินเจกันแล้ว
ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เข้าร่วมในเทศกาลกินเจในปีนี้
หลายคนอาจจะบ่นถึงอาหารเจ ว่าหาทานได้ยากและมักขายในราคาแพง
คนขายอาหารเจแบบเฉพาะกิจมักจะฉวยโอกาสมากๆ
(เคยไปเจอมา ข้าวราดแกง 2 อย่าง คิดจานละ 45 บาท !?! )

ส่วนตัวแล้ว ก็ไม่รู้สึกว่าลำบากอะไรนักในการจะหาอะไรทาน
เพราะเนื่องจากคุ้นเคยกับทางมังสวิรัติอยู่แล้ว
จึงพอจะรู้แหล่งในการหาอาหารเจทานพอสมควร

...

วันนี้จะมารีวิวเล็กๆน้อยๆ ที่ศูนย์อาหาร "บ้านสวนไผ่สุขภาพ" อยู่แถวๆซอยอารีย์ (พหลโยธิน)

ถ้าเดินเข้ามาทางซอยอารีย์ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 1 แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ เลยร้านกาแฟวาวีไป
เดินต่อไปอีกนิด มองทางซ้ายมือไว้ จะเห็นป้ายของห้องสมุดธรรมะบ้านอารีย์ ก็เข้าไปข้างในนั้นเลย
การเดินทางที่สะดวกกว่านั้น คือมาทางรถไฟฟ้า bts ลงที่สถานีอารีย์ ทางออก 1 (อาคารเอ็กซิม แบงก์)
เดินไปจนเกือบถึงปั๊ม esso จะเห็นตรอกเล็กๆและป้ายร้านบ้านสวนไผ่ต้อนรับอยู่ด้านหน้า

...

สำหรับที่นี่เหมือนจะเป็น complex ของคนที่รักสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างแท้จริง
เพราะมีทั้งห้องสมุดธรรมะ ฟิตเนส โยคะ ร้านขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ โรงเรียนสอนดนตรี สอนศิลปะ
รวมไปถึง ศูนย์อาหารเจและมังสวิรัติ ที่มีอาหารนานาชนิดให้เลือกทานได้อย่างสบายใจในราคาที่ไม่แพง

...

หลังจากแลกคูปองและเดินสำรวจเป้าหมายทั้งหมดจนเรียบร้อย
ก็เลือกเมนูได้มาดังนี้ครับ...

จานแรกเป็นข้าวราดแกงสองอย่าง
ผัดผักรวมกับแกงหน่อไม้
ข้าวที่ใช้เป็นข้าวกล้องผัดกับงาดำครับ เคี้ยวแล้วกรุบๆดี หอมกลิ่นงา
ใช้ได้ครับจานนี้ แต่รู้สึกว่าจะตักไม่สมดุลกันเท่าไหร่ ได้แกงหน่อไม้เยอะ แต่ผัดผักน้อยมาก
จานนี้ 27 บาทครับ



อันนี้เป็นน้ำกระเจี๊ยบของท่านผบ. แก้วละ 10 บาท
รสชาติดีครับ ไม่หวาน ออกไปทางเปรี้ยวค่อนข้างมาก



จานที่สองเป็นขนมจีนแกงเขียวหวานครับ
เห็นท่านผบ.สั่งมาทานก่อนหน้านี้แล้วทนไม่ไหว เลยต้องขอลองบ้าง
อร่อยมากครับ น้ำแกงรสชาติกำลังพอดี ไม่เผ็ดเกินไป
เส้นขนมจีนนี่สุดยอด เหนียวนุ่ม เครื่องก็ให้เยอะพอสมควร
ที่ชอบคือมีมะระสดให้ใส่ด้วย
จานนี้ 30 บาทครับ



จานที่สามเป็น ปลาเค็มเจและลูกชิ้นเห็ดหอม (ขอรวบเลยนะครับ)
ปลาเค็มเจนี่สุดยอดเลยครับ ถ้าหลับตากินนี่ต้องคิดว่าหมูยอทอดแน่นอน!!!
อร่อยมากๆ ส่วนของหนังปลานี่ใช้สาหร่ายครับ มาพร้อมกับจิ้มแจ่วรสเด็ด
ชิ้นละ 15 บาทครับ



ส่วนลูกชิ้นเห็ดหอมนี่เพิ่งปิ้งใหม่ๆ กำลังร้อนๆ
รสชาติกลมกล่อม เคี้ยวกรุบๆดี น้ำจิ้มก็โอเคครับ
ลูกชิ้นนี่ไม้ละ 10 บาทครับ



ระหว่างนี้ท่านผบ.ก็เรียบร้อยไปกับของหวานแล้วครับ
เป็นเต้าทึงแปะก๊วย ใส่รากบัวด้วย ราคา 20 บาท
(ไม่ได้ถ่ายรูปมาครับ แหะๆ^^")

ส่วนผม ตอนนี้ท้องยังเหลือที่ว่างอีกหน่อย

จานสุดท้ายเลยมาออกที่ กระเพาะปลาซุปเยื่อไผ่และเห็ดสามอย่างครับ
ชามนี้ให้เยอะและหลากหลายมากๆ
มีทั้งเยื่อไผ่ และเต้าหู้ที่ทำเลียนแบบกระเพาะปลา เหนียวนุ่ม รสชาติดีมาก
เห็ดสามชนิดได้แก่ เห็ดฟาง เห็ดหูหนูขาว และเห็ดนางฟ้า
ร้านนี้ยังมีข้าวโพดให้หยิบใส่เองได้ตามอัธยาศัยอีกด้วย!
ชามนี้ 27 บาทครับ



...

อาหารที่นี่หลากหลายมากๆครับ
มีตั้งแต่ร้านข้าวแกง ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านก๋วยเตี๋ยว
ส้มตำ อาหารอีสาน ร้านยำ ขนมจีน
ขนมหวานต่างๆ ไอศกรีม เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ร้านน้ำปั่น
แน่นอนว่าทุกอย่างนั้น "เจ" ครับ (ถ้าไม่แน่ใจก็ถามคนขายอีกทีได้นะครับ)

อาหารส่วนใหญ่ราคาจานละ 27 - 32 บาท
มีน้ำดื่มบริการฟรี โต๊ะที่นั่งเยอะและสะอาด
มีกระดาษทิชชู่ประจำทุกโต๊ะ และมีห้องน้ำไว้บริการ
ก่อนซื้ออย่าลืมแลกคูปองก่อน
และเมื่อทานเสร็จก็อย่าลืมนำจานไปไว้ในที่วางภาชนะด้วยนะครับ
เปิดให้บริการทุกวัน 0700 - 1500 นะครับ

...

ทีแรกตั้งเป้าว่าจะกินแค่สองจาน
เอาเข้าจริงมันหยุดไม่อยู่ครับ
ซัดไป 4 ฮ่าๆๆ (เขินนะเนี่ย ;P)

Recent Comments