บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ ชีวิต

Donate me!

หากชอบใจบทความของผม โปรดสนับสนุนค่ากาแฟเพื่อเป็นกำลังใจนะครับ คลิกที่นี่

157

ไดอารีที่รัก... ใกล้จะสิ้นปีอีกแล้ว นั่งทำงานจนจะสิ้นปีอีกเช่นเคย เป็นปีที่ค่อนข้างจะผิดหวังในหลายๆเรื่อง แต่มองย้อนไปก็มีสิ่งที่ทำสำเร็จใหม่ๆแบบซุ่มๆอยู่เหมือนกัน อย่างที่รู้กัน ความสำเร็จมันคือแค่ยอดเขาน้ำแข็งที่ใครๆมองเห็นกัน แต่ความล้มเหลวเรานี่ถาโถมกองอยู่ใต้น้ำเพียบเลย ถึงเราจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนมากๆแล้ว แต่การจะไปให้ถึง checkpoint แต่ละจุดนี่มันก็ไม่เคยง่ายเลย การทำงาน 2 อาชีพ ที่ต้องใช้ความรับผิดชอบและ pro-active ตัวเองแบบสุดๆ  แถมโชคชะตาก็ยังเล่นตลกส่งให้มาอยู่กับสภาพแวดล้อมที่ toxic สุดๆ  ก็ไม่รู้ว่าจะทนได้อีกนานแค่ไหน แต่ก็ต้องอดทนต่อไป หวังว่าปีหน้าแรงโน้มถ่วงจะเหวี่ยงเราให้แรงกว่านี้ แรงจนให้มันหลุดจากวงโคจรเดิมเสียที จะมาวันไหนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่มีอะไรก็ต้องใส่สุดไปก่อน ถึงแรงเราจะน้อยนิด  แต่ก็หวังว่าถ้าวันที่มันจะมา เราก็จะหวดให้เต็มข้อไปเลยเหมือนกัน สวัสดีปีใหม่ 2025 ล่วงหน้านะทุกคน. ampmie152 http://ampmie152.blogspot.com

155

ไดอารีที่รัก.... สวัสดีปี 2566 ที่กำลังจะผ่านไป อีกหนึ่งปี ที่ได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตหลายอย่าง เรารู้สึกโชคดี ที่วันสิ้นปียังมีชีวิตที่โอเคอยู่ มันไม่ได้ดีอะไรมาก แต่มันก็ไม่ได้แย่อะไร ทุกทางแยกของชีวิตจริง มันไม่ได้มีป้ายบอกทางให้เรารู้แน่ชัดหรอกว่า เลี้ยวซ้ายเจออะไร เลี้ยวขวาเจออะไร และเวลาคือสิ่งที่ผลักดันให้เราต้องเลือกโดยไม่มีใครขัดขืนได้ โชคดีของปีนี้ อาจไม่ได้มาในรูปแบบของการได้มา แต่โชคดีมาในรูปแบบของการไม่เสียไป นั่นก็นับว่าโชคดีแล้ว ... เวลาเราลืมอะไร แล้วมีคนช่วยเตือน นั่นก็นับว่าโชคดี เวลาเราไปไหน แล้วไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่เจ็บป่วย นั่นก็นับว่าโชคดี เวลาเราไม่มีเงิน แต่ยังมีครอบครัว มิตรสหาย หยิบยื่นน้ำใจและความห่วงใย นั่นก็นับว่าโชคดี ... ไม่มีใครรู้หรอกว่าทางเลือกไหนเป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดจนกว่าเวลาจะเป็นผู้เฉลย สิ่งที่ทำได้คือการวางแผน เตรียมตัวให้พร้อม กับทุกโอกาสที่จะเข้ามา ทุกทางเลือกคือการ trade-off  เรายอมแลกบางอย่างออกไป เพื่อให้ได้บางอย่างกลับมา สำหรับเราแล้ว สุขภาพกายและใจ คือสิ่งที่พังแล้วพังเลย เวลา คือสิ่งที่ผ่านไปแล้วเอาคืนมาไม่ได้ เราเลยยอมแลกเอาเงิน...

153

ไดอารีที่รัก... พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ฉันต้องต่อสู้กับอะไรอยู่บ้าง พวกเขาไม่รู้หรอกว่า สารเคมีในสมองของฉันแปลกไปจากคนทั่วไปอย่างไร พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ฉันจะอยู่รอดในชีวิตประจำวันอย่างไร พวกเขาไม่รู้หรอกว่า ความปกตินั้นโชคดีเพียงใด เพราะมันก็แค่โอกาส 1 ใน 7 แสน ที่ไม่ได้เกิดกับคุณ ... ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ว่าใต้ภูเขาน้ำแข็งนั้นลึกเพียงใด เพราะมันไม่มีประโยชน์อันใดที่จะต้องมาสนใจ ลืมมันไปเถอะ ถ้าอยากจะเรียกร้องให้คนสงสาร ชีวิตจริงไม่มีที่ว่างให้คนที่ร้องไห้อ่อนแอ ดีแค่ไหนแล้ว ที่ฉันชินกับการเล่นตลกของโชคชะตา เพราะฉันคิดว่าจะแข็งแกร่งด้วยตัวเอง ... มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากพวกเขาจะตัดสินฉันจากสิ่งที่เห็น เพราะนั่นคือทั้งหมดที่พวกเขาสามารถจะเข้าใจ ชีวิตไม่ได้ถูกนิยามมาพร้อมความยุติธรรม โชคดีนะ ที่ฉันเลิกเรียกร้องมันมานานมากแล้ว ลืมมันไปเสียเถอะ พวกที่บอกว่าเข้าใจ พวกเขาใช้มันเพื่อเป็นข้ออ้างของความคาดหวังอะไรสักอย่างจากฉันเท่านั้นเอง ปลุกตัวเองทุกวันในตอนเช้า แค่ไสหัวออกไป แล้วใช้ชีวิตซะอย่างที่อยากเป็น ampmie152 http://ampmie152.blogspot.com

145

ไดอารีที่รัก... อีก 2-3 เดือนข้างหน้า ผมคงจะไปทำงานอะไรสักอย่างหนึ่ง ที่ตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร น่าตื่นเต้นดีนะครับ แต่นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำแบบนี้ ... ท่ามกลางเสียงท้วงติงแห่งความสงสัยทั้งจากภายในและภายนอก หลายครั้งผมก็แอบคิดถึงสิ่งที่เราจะทำ... เขาเรียกว่า "หาเรื่องใส่ตัว" หรือเปล่า? ผมเคยพูดกับตัวเองว่า "นอกจากเรื่องการลงทุนแล้ว ผมไม่ชอบคอนเซอร์เวทีฟใดๆอีกเลย" ดูเหมือนมันจะชัดเจนขึ้น เมื่อผมออกอาการว่าจะอยู่ใน comfort zone ได้อีกไม่นาน เมื่อรู้สึกว่าโอเคแล้ว รับมือได้แล้ว ชินแล้ว ผมก็เริ่มมองหาเรื่องมาใส่ตัว เพื่อเขย่าให้ผมต้องดิ้นอีกครั้ง ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันจะดีขึ้น หรือก็งั้นๆ หรืออาจจะแย่ลง อย่าถามและอย่าคาดหวังอะไรกับผมเลย เพราะผมเองก็ไม่อาจล่วงรู้ รู้แต่ว่า...ต้องเริ่ม ต้องทำ และต้องลุย ผมพร้อมจะเป็นคนล้มเหลว(อีกครั้ง)แล้วครับ นรก...ได้โปรดรับน้องผมแค่พอหอมปากหอมคอ อย่างน้อย...ให้เหลือลมหายใจให้พาร่างกลับมานั่งพักได้บ้าง เพราะอย่างน้อย...ก็เป็นคนล้มเหลว ที่ไม่ต้องมานั่งเสียดายเวลาและโอกาส. ampmie152. http://ampmie152...

105

ไดอารี่ที่รัก... ผมอยากขอบคุณประสบการณ์ สติปัญญา ความคิด การตัดสินใจทั้งหลายจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณ ที่ทำให้เราคลี่คลายปัญหาทั้งปวงได้ ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ยังมีจิตใจที่มืดบอด ขอพระเจ้าโปรดชี้ทางสว่างแก่พวกเขาเหล่านั้น ให้พวกเขาได้ใช้ "สติ" ในการค้นหาและดับทุกข์ ... อีกครั้งกับเรื่องน่าเศร้าที่เราค้นพบว่า การศึกษาอันขาดแนวทางของการพัฒนาจิตใจนั้น ช่างอันตรายกับสังคมเราในทุกวันนี้เสียเหลือเกิน หลายคนกำลังไล่ล่าเกียรตินิยม หลายคนเลือกเรียนแต่วิชาที่มีความได้เปรียบทางการงาน หลายคนกำลังลืมค้นหาความหมายของชีวิต เพราะเกิดจากอวิชชาทั้งหลาย ที่ทำให้เข้าเหล่านั้นติดอยู่ในวังวนแห่งความทุกข์ การเข้าใจผู้อื่น -> การให้อภัย -> การช่วยเหลือเกื้อกูล -> แก้ปัญหาได้ -> ยกระดับชีวิตของตนเอง -> ตนมีความสุข -> สังคมมีความสุข นี่คือเนื้อหาสำคัญเพียงสั้นๆ ที่อาจารย์สรณีย์ ได้สอนผมไว้ในวิชา ART OF LIVING ผมได้เปลี่ยนพื้นที่ของวิชาเลือกที่หลายๆคนเรียนไปงั้นๆนั่นแหละ มาเป็นวิชาที่ผมจะเสียดายมาก ถ้าไม่ได้เรียนมันก่อนจะจบออกไปทำงาน ... ผมไม่รู้ว่าในตอนนี้ พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่ แต่...